© 2569 นิวส์ไวร์.ไทย สงวนลิขสิทธิ์
© 2569 นิวส์ไวร์.ไทย สงวนลิขสิทธิ์
ไทย นิวส์ไวร์ - Thai Newswire

ไทย นิวส์ไวร์ - Thai Newswire

พีอาร์ นิวส์ไวร์

ไทย นิวส์ไวร์ x พีอาร์ นิวส์ไวร์

โอกาสทองมูลค่า 3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ: Priority Pass ชี้แนวโน้มเทรนด์การท่องเที่ยวเชิงกีฬาและสุขภาพที่เข้ามาเปลี่ยนแปลงความคาดหวังของผู้ถือบัตร

ชอบหน้านี้?

พีอาร์ นิวส์ไวร์ - โอกาสทองมูลค่า 3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ: Priority Pass ชี้แนวโน้มเทรนด์การท่องเที่ยวเชิงกีฬาและสุขภาพที่เข้ามาเปลี่ยนแปลงความคาดหวังของผู้ถือบัตร

  • ในยุคที่สภาวะเศรษฐกิจมีความไม่แน่นอน ผู้บริโภคต่างมองหาประสบการณ์ที่มีความหมายและสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับชีวิต ซึ่งแบรนด์ผู้ให้บริการทางการเงินอยู่ในจุดที่เหมาะสมอย่างยิ่ง ในการตอบโจทย์ความต้องการนี้
  • ผู้ตอบแบบสอบถามทั่วโลก 79% ที่มีสิทธิประโยชน์ด้านการเดินทาง เลือกใช้บัตรชำระเงินของตนโดยมีปัจจัยหนุนมาจากความสนใจในการท่องเที่ยวเชิงกีฬาและสุขภาพ
  • ผู้ตอบแบบสอบถามทั่วโลกกว่าหนึ่งในสาม (35%) ที่มีสิทธิประโยชน์ด้านการเดินทาง มีแนวโน้มที่จะพิจารณาใช้ผลิตภัณฑ์อื่น ๆ จากธนาคารผู้ออกบัตรเดียวกัน เมื่อเทียบกับเพียง 19% ของกลุ่มที่ไม่มีสิทธิประโยชน์ดังกล่าว

สิงคโปร์, 2 เมษายน 2569  /PRNewswire/ -- Priority Pass ผู้บุกเบิกโปรแกรมมอบประสบการณ์ในสนามบินระดับแนวหน้าของโลก ได้เปิดเผยผลการศึกษาจากรายงานฉบับใหม่ "จากเชียร์ติดขอบสนามสู่การผ่อนคลายในสปา: เจาะลึกการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของการท่องเที่ยวเชิงกีฬาและสุขภาวะ" โดยคาดการณ์ว่าการท่องเที่ยวเชิงกีฬาจะมีมูลค่าพุ่งสูงกว่า 2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2575[1] และการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพจะขยายตัวเกินกว่า 9.1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2573[2] ทั้งนี้ รายงานวิจัยระดับโลกฉบับล่าสุดของ Priority Pass ซึ่งสำรวจความคิดเห็นจากนักเดินทางกว่า 12,000 คนในตลาด 20 แห่ง รวมถึง 7 ประเทศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (APAC) ได้เผยให้เห็นว่ากีฬาและสุขภาพกลายเป็นแรงบันดาลใจสำคัญที่ขับเคลื่อนคลื่นการท่องเที่ยวลูกใหม่ ซึ่งมุ่งเน้นไปยังการเดินทางที่เน้นประสบการณ์เป็นหลัก

รายงานฉบับนี้เผยให้เห็นแนวโน้มใหม่ในพฤติกรรมของผู้เดินทาง โดยกลุ่มผู้รักสุขภาพและชื่นชอบกีฬาเริ่มหันมาวางแผนการเดินทางโดยยึดการแข่งขันครั้งสำคัญหรือโปรแกรมฟื้นฟูสุขภาพเป็นหัวใจหลัก ตั้งแต่การเข้าชมแมตช์ฟุตบอลสดในสนามไปจนถึงการพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติเพื่อพักจากการใช้โซเชียลมีเดีย ในระดับสากลนั้น พบว่ากลุ่มที่เดินทางเพื่อการกีฬาและสุขภาพเกือบครึ่งหนึ่ง (47%) เน้นไปที่การดูแลสุขภาวะ อีก 20% เดินทางเพื่อร่วมการแข่งขันกีฬา และหนึ่งในสาม (33%) เป็นกลุ่มที่เดินทางเพื่อทั้งสองวัตถุประสงค์ควบคู่กัน

ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (APAC) นักเดินทางรุ่นใหม่โดยเฉพาะกลุ่มมิลเลนเนียลและเจน Z กว่า 46% มักแสวงหาประสบการณ์ใหม่ ๆ อย่างการเข้าชมการแข่งขันกีฬาระดับโลกในระหว่างการเดินทาง ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลกที่ 42% ยิ่งไปกว่านั้น กลุ่มคนเหล่านี้ยังใช้การท่องเที่ยวเชิงกีฬาเป็นจุดเริ่มต้นในการเปิดรับประสบการณ์อื่นเพิ่ม โดยเกือบครึ่งหนึ่ง (49%) มีแรงจูงใจที่จะสำรวจเมืองใหม่ ๆ ไปพร้อมกันในทริปเดียว

สำหรับการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ นักเดินทางในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกต่างให้ความสำคัญกับการพักผ่อนอย่างแท้จริง โดยแรงจูงใจหลักในการเดินทางคือการผ่อนคลาย เติมพลัง และปลีกตัวจากความเครียดในชีวิตประจำวัน (61%) ตามมาด้วยการฟื้นฟูสุขภาวะทางจิตใจ (52%) และร่างกาย (39%) นอกจากนี้ เกือบหนึ่งในสาม (32%) ของนักเดินทางรุ่นใหม่ในภูมิภาคนี้ระบุว่า พวกเขาจองทริปเพื่อสุขภาพเพื่อทำ 'Digital Detox' หรือการพักจากโลกออนไลน์

เจาะลึกพฤติกรรมผู้ถือบัตร: สิทธิพิเศษส่งผลต่อการเลือกบัตร ยอดใช้จ่าย และความภักดีต่อแบรนด์

สถาบันการเงินต้องตระหนักว่าสิทธิประโยชน์ด้านการเดินทางที่ตอบโจทย์คือแรงขับเคลื่อนสำคัญในการสร้างการมีส่วนร่วม ยอดการใช้จ่าย และความจงรักภักดีต่อแบรนด์ ในระดับโลกนั้น นักเดินทางสายกีฬาและสุขภาพ 56% ได้รับสิทธิประโยชน์เกี่ยวกับการเดินทางผ่านบัตรที่ใช้เป็นประจำ โดยเกือบ 4 ใน 5 (79%) ตัดสินใจสมัครบัตรเพราะความสนใจในการเดินทางเพื่อกีฬาและสุขภาพ สำหรับในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (APAC) ตัวเลขนี้พุ่งสูงขึ้นเป็น 64% และ 83% ตามลำดับ นอกจากนี้ 70% ของผู้ที่ยังไม่มีสิทธิประโยชน์ดังกล่าวในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกต่างแสดงความต้องการบัตรที่จะมาช่วยยกระดับประสบการณ์การเดินทางเพื่อกีฬาและสุขภาพของตนให้ดียิ่งขึ้น

สิทธิประโยชน์เหล่านี้ไม่เพียงแต่มีผลต่อการเลือกสมัครบัตรเท่านั้น แต่ยังเป็นแรงจูงใจสำคัญในการใช้งานอีกด้วย ในระดับสากล ผู้ถือบัตรที่มีสิทธิประโยชน์ด้านการท่องเที่ยวถึง 46% ระบุว่าสิ่งนี้กระตุ้นให้พวกเขาใช้จ่ายผ่านบัตรในชีวิตประจำวันบ่อยขึ้น เมื่อเทียบกับกลุ่มที่ไม่มีสิทธิประโยชน์ดังกล่าว ซึ่งมีเพียง 29% นอกจากนี้ ผลกระทบต่อความจงรักภักดีต่อแบรนด์ยังมีความสำคัญไม่แพ้กัน โดยในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ผู้ถือบัตรที่มีสิทธิประโยชน์ด้านการท่องเที่ยวมากกว่าครึ่ง (56%) รู้สึกว่าเป็นลูกค้าคนสำคัญ ในขณะที่กว่าหนึ่งในสาม (39%) ยืนยันว่าพวกเขามีความภักดีต่อผู้ให้บริการบัตร ยิ่งไปกว่านั้น ผู้ถือบัตรในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกอีกกว่า 37% มีแนวโน้มที่จะพิจารณาใช้ผลิตภัณฑ์อื่นจากผู้ออกบัตรรายเดิม ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงมูลค่าทางธุรกิจในระยะยาวอย่างชัดเจน

ในยุคที่สภาวะเศรษฐกิจมีความผันผวน ผู้บริโภคต่างมองหาประสบการณ์ที่มีความหมายและช่วยเติมเต็มชีวิตในแบบที่หาไม่ได้จากที่ไหน การเปลี่ยนแปลงนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญสำหรับธนาคารและผู้ออกบัตรเครดิตในการยกระดับบทบาทจากการเป็นเพียงผู้ให้บริการทางการเงินสู่การเป็นผู้สนับสนุนไลฟ์สไตล์ ด้วยการมอบสิทธิประโยชน์ที่เน้นประสบการณ์อันทรงคุณค่า เพื่อสร้างความจงรักภักดี เข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อสูง และสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว

"ผู้ถือบัตรในปัจจุบันคาดหวังให้แบรนด์มอบประสบการณ์คุ้มค่าที่ช่วยเติมเต็มชีวิตและสะท้อนตัวตนที่แท้จริง" คริสโตเฟอร์ อีแวนส์ ซีอีโอแห่ง Collinson International กล่าว "รายงานของเราชี้ให้เห็นว่า แบรนด์มีโอกาสพิเศษในการตอบสนองความต้องการประสบการณ์ที่มีความหมายของลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมฟื้นฟูสุขภาพ การแข่งขันกีฬาสุดเอ็กซ์คลูซีฟ หรือการเข้าใช้ห้องรับรองในสนามบินระดับพรีเมียม ซึ่งสิ่งเหล่านี้เปรียบเสมือนการเปิดประตูสู่โอกาสที่พวกเขาอาจเข้าถึงไม่ได้ทั่วไป ประสบการณ์ที่น่าจดจำเหล่านี้จะสร้างความผูกพันทางอารมณ์ที่มอบทั้งคุณค่าที่ยั่งยืนและความภักดีที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น แบรนด์ที่สนับสนุนให้ลูกค้าได้ทำตามความชอบและสิ่งที่สนใจในการเดินทางคือแบรนด์ที่มีความพร้อมที่สุดในการสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวที่แท้จริงในยุคแห่งการขับเคลื่อนด้วยประสบการณ์เช่นนี้"

"ทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ประสบการณ์ด้านกีฬาและสุขภาพกำลังมีอิทธิพลอย่างมากต่อการวางแผนเดินทางและการเลือกใช้จ่ายของนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะกลุ่มมิลเลนเนียมและเจน Z การที่ตลาดการท่องเที่ยวเชิงกีฬาและสุขภาพในภูมิภาคนี้ถูกคาดการณ์ว่าจะมีมูลค่าสูงถึงเกือบ 9.62 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ[3]ภายในปี 2030 สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในการนิยามคุณค่า การให้ความสำคัญกับสุขภาวะ และการแสวงหาความสุขผ่านการเดินทางของผู้คน" ทอดด์ แฮนด์ค็อก ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการพาณิชย์และประธานบริหารประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกแห่ง Collinson International กล่าว "งานวิจัยของเราตอกย้ำถึงความต้องการที่เพิ่มขึ้นของการท่องเที่ยวเชิงกีฬาและสุขภาพ พร้อมทั้งมอบข้อมูลเชิงลึกที่นำไปใช้ได้จริงว่าแบรนด์ต่าง ๆ ควรเน้นการลงทุนในจุดใดเพื่อสร้างความผูกพันและความจงรักภักดีของลูกค้าให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ในขณะที่ภูมิภาคนี้ยังคงมีบทบาทสำคัญในระยะต่อไปของการเติบโตของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว

เพื่อยกระดับประสบการณ์การเดินทาง สมาชิก Priority Pass สามารถเข้าใช้บริการห้องรับรองในสนามบินและสัมผัสประสบการณ์การเดินทางกว่า 1,800 แห่งทั่วโลก พร้อมบริการแบบครบวงจรที่ช่วยขจัดความยุ่งยากในทุกขั้นตอน ตั้งแต่บริการรับส่งและเช่ารถ ไปจนถึงการเข้าใช้ห้องรับรอง สปาเพื่อความผ่อนคลาย ห้องพักรับรองส่วนตัว และห้องเล่นเกม นอกจากนี้ ยังมี TrvlWell เพื่อนเดินทางดิจิทัลที่จะช่วยดูแลสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีตลอดการเดินทางของคุณ

การผสาน Priority Pass เข้ากับสิทธิประโยชน์ของแบรนด์ ช่วยให้แบรนด์สามารถมอบประสบการณ์ระดับพรีเมียมที่นักเดินทางผู้แสวงหาความเหนือระดับต้องการได้ ไม่ว่าจะเป็นประสบการณ์ที่หลากหลายในสนามบินและการเดินทาง ไปจนถึงความร่วมมือด้านสุขภาพที่ส่งเสริมด้านการออกกำลังกาย โภชนาการ และการฟื้นฟูร่างกาย แนวทางนี้ช่วยยกระดับจากการเป็นเพียงผู้ให้บริการเชิงธุรกรรม สู่การเป็นผู้สนับสนุนไลฟ์สไตล์ที่กลุ่มลูกค้าพรีเมียมให้ความสำคัญ พร้อมสร้างความโดดเด่นให้กับบัตรด้วยสิทธิประโยชน์ที่มอบคุณค่าอย่างแท้จริง

[1] Fortune Business Insights, ขนาดตลาด การแบ่งส่วนแบ่ง และการวิเคราะห์อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเชิงกีฬา | รายงานการเติบโตระดับโลก 2575

[2] Research and Markets, ตลาดการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ - การคาดการณ์ตั้งแต่ปี 2568 ถึง 2573

[3] Grand View Horizon: ขนาดและตลาดการท่องเที่ยวเชิงกีฬาในเอเชียแปซิฟิก | Grand View Horizon: ขนาดและทดสอบตลาดการท่องเที่ยวเชิงส่งเสริมสุขภาพเอเชียแปซิฟิก

 

ระเบียบวิธีวิจัย

งานวิจัยนี้จัดทำขึ้นในนามของ Priority Pass โดย Qualtrics ซึ่งเป็นหน่วยงานอิสระ ดำเนินการสำรวจระหว่างวันที่ 5 ถึง 26 กันยายน 2568 โดยเก็บข้อมูลจากนักเดินทางรวมทั้งสิ้น 12,557 ราย ใน 20 ตลาดหลัก ซึ่งได้แก่ ฮ่องกง (เขตบริหารพิเศษ) (524 ราย), อินเดีย (1,050 ราย), อินโดนีเซีย (1,049 ราย), ญี่ปุ่น (521 ราย), สิงคโปร์ (523 ราย), เกาหลีใต้ (517 ราย) และประเทศไทย (525 ราย)

ผู้ตอบแบบสอบถามทั้งหมดให้ข้อมูลว่าเคยเดินทาง หรือมีแผนที่จะเดินทางเพื่อการกีฬาและ/หรือเพื่อสุขภาพ (ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา และ/หรือในอีก 12 เดือนข้างหน้า)

ทั้งนี้ ได้มีการจัดกลุ่มคนรุ่นใหม่ให้อยู่ในกลุ่มมิลเลนเนียลและเจน Z ส่วนกลุ่มผู้สูงวัยจะถูกจัดอยู่ในกลุ่มเจน X เบบี้บูมเมอร์ และกลุ่ม Silent Generation (ปีพ.ศ. 2471 ถึง 2488)

เกี่ยวกับ Priority Pass

Priority Pass คือผู้บุกเบิกและผู้นำระดับโลกด้านโปรแกรมมอบประสบการณ์ในสนามบิน เราเปิดโอกาสให้นักเดินทางเข้าใช้บริการห้องรับรองพิเศษและสัมผัสประสบการณ์การเดินทางกว่า 1,800 แห่ง ใน 841 สนามบิน ครอบคลุม 146 ประเทศทั่วโลก สมาชิกสามารถเพลิดเพลินกับบริการระดับพรีเมียมที่เพิ่มจำนวนขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่สปา ห้องพักรับรองส่วนตัว ไปจนถึงการรับประทานอาหารชั้นเลิศ ซึ่งล้วนช่วยยกระดับทุกการเดินทางให้กลายเป็นช่วงเวลาที่แสนพิเศษ เราได้ร่วมเป็นพาร์ทเนอร์กับแบรนด์ชั้นนำอื่น ๆ จึงมีส่วนช่วยสร้างสรรค์ประสบการณ์การเดินทางที่ดีเยี่ยมยิ่งขึ้นให้แก่คนทั่วโลก

Priority Pass อยู่ภายใต้การดูแลและดำเนินงานของ Collinson International ในเครือ The Collinson Group ซึ่งเป็นธุรกิจครอบครัวที่มีประวัติยาวนานกว่า 35 ปี ปัจจุบันประกอบด้วยบริษัทในเครือ 5 แห่งที่ดำเนินงานแยกจากกัน โดยสร้างรายได้รวมต่อปีสูงถึง 1.9 พันล้านปอนด์ และมีพนักงานกว่า 2,000 คนใน 19 ประเทศ


ที่มา : ซิชั่น พีอาร์ นิวส์ไวร์ - โอกาสทองมูลค่า 3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ: Priority Pass ชี้แนวโน้มเทรนด์การท่องเที่ยวเชิงกีฬาและสุขภาพที่เข้ามาเปลี่ยนแปลงความคาดหวังของผู้ถือบัตร http://www.prnasia.com/asia-story/archive/4924744_TH24744_10

ข้อมูลที่ให้ไว้ในบทความนี้จัดทำโดย ซิชั่น พีอาร์ นิวส์ไวร์ ซึ่งเป็นพันธมิตรด้านข่าวของเรา ความคิดเห็นของผู้เขียนและเนื้อหาที่แบ่งปันในหน้านี้ถือเป็นความคิดเห็นของตนเอง และอาจไม่จำเป็นต้องแสดงถึงมุมมองของ ไทย นิวส์ไวร์

แสดงความคิดเห็น

© 2569 นิวส์ไวร์.ไทย สงวนลิขสิทธิ์
เว็บไซต์โดย อเมทิสต์ ดิจิทัล