นิวส์ไวร์
พีอาร์ นิวส์ไวร์ - Envision Energy ติดอันดับบริษัทเปลี่ยนโลก Change the World ประจำปี 2569 ของ Fortune ชูผลงานผสาน AI เข้ากับพลังงานสะอาด
เซี่ยงไฮ้, 29 ก.ย. 2569 /PRNewswire/ -- Envision Energy ผู้นำระดับโลกด้านเทคโนโลยีสีเขียว ได้รับการยกย่องให้ติดอันดับรายชื่อบริษัทที่เปลี่ยนโลก หรือ Change the World ประจำปี 2569 โดยนิตยสาร Fortune นับเป็นครั้งที่ 3 ของบริษัทฯ ในการติดอันดับนี้ ความสำเร็จในครั้งนี้เป็นผลมาจากโครงการ Mission Gobi และโครงการนำร่องครั้งแรกอย่าง Envision Galaxy Campus ที่มุ่งสำรวจนวัตกรรมใหม่ในการผสานโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและระบบประมวลผลเข้าด้วยกันในยุค AI

Envision Energy
นิตยสาร Fortune ได้รวบรวม 50 องค์กรชั้นนำเข้าสู่รายชื่อ Change the World ประจำปี 2569 เพื่อยกย่องบริษัทที่เดินหน้านำนวัตกรรมมาใช้อย่างสร้างสรรค์ในการรับมือกับปัญหาท้าทายด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมทั่วโลก โดยมีตั้งแต่ยักษ์ใหญ่ด้าน AI อย่าง Alphabet และ Anthropic ไปจนถึงผู้นำด้านพลังงานหมุนเวียนอย่าง CATL ซึ่งสะท้อนให้เห็นความหลากหลายของอุตสาหกรรมและแนวทางในการดำเนินงาน ทั้งนี้ การยกย่อง Envision สะท้อนให้เห็นความสำเร็จของโครงการ Mission Gobi ในการสำรวจจุดเชื่อมโยงระหว่าง AI กับพลังงานสะอาด พร้อมแสดงให้เห็นว่าทรัพยากรพลังงานหมุนเวียนที่มีอยู่อย่างมหาศาลจะเข้ามาสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐาน AI ยุคใหม่ได้อย่างไรบ้าง
ในขณะที่ AI กำลังขับเคลื่อนให้ความต้องการศักยภาพการประมวลผลเติบโตอย่างรวดเร็ว พลังงานจึงกลายมาเป็นรากฐานสำคัญแห่งยุค AI โดย Envision ไม่ได้มองแค่การเพิ่มอุปสงค์ใหม่เข้าไปในระบบไฟฟ้าที่มีอยู่เดิมเท่านั้น แต่มุ่งสำรวจแนวทางในการดึงระบบประมวลผลเข้าใกล้แหล่งพลังงานหมุนเวียนอันอุดมสมบูรณ์ เพื่อเดินหน้าพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานพลังงานและระบบประมวลผลควบคู่กันไป
โครงการ Mission Gobi ซึ่งเปิดตัวเมื่อเดือนมิถุนายน 2569 มุ่งพัฒนาศักยภาพการประมวลผล AI ด้วยพลังงานสะอาดในพื้นที่ทะเลทรายและเขตแห้งแล้งทั่วโลกให้แตะระดับ 5GW ภายในปี 2573 โดยดึงศักยภาพจากทรัพยากรลมและแสงอาทิตย์ที่มีอยู่อย่างมหาศาลมาใช้ประโยชน์ ทั้งนี้ นิตยสาร Fortune ระบุว่า โครงการแฟล็กชิปโครงการแรกของบริษัทฯ อย่าง Envision Galaxy Campus ในเมืองอูหลานฉาปู้ เขตปกครองตนเองมองโกเลียใน ถูกออกแบบให้สามารถต่อยอดศักยภาพการประมวลผลให้เหนือกว่า 2GW และรองรับการทำงานของชิปพร้อมกันได้สูงสุดถึง 1 ล้านตัว โครงการนี้ขับเคลื่อนด้วยพลังงานหมุนเวียนเป็นหลัก ซึ่งนับเป็นการเปิดมุมมองใหม่ในการเปลี่ยนพื้นที่ที่เคยถูกมองว่าห่างไกลหรือมีข้อจำกัดด้านพลังงาน ให้กลายเป็นแหล่งพลังงานอันอุดมสมบูรณ์และเป็นรากฐานใหม่ของโครงสร้างพื้นฐาน AI
"AI ช่วยขับเคลื่อนปัญญาให้ก้าวไกลยิ่งขึ้น ขณะที่พลังงานสะอาดจะผลักดันอารยธรรมให้ก้าวไปได้ไกลยิ่งกว่า" คุณ Lei Zhang ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ Envision กล่าว "Envision จะยังคงเดินหน้าสำรวจการผสานรวมของสิ่งนี้ เพื่อเปลี่ยนผ่านพลังงานจากความขาดแคลนสู่ความอุดมสมบูรณ์ และทลายขีดจำกัดไปสู่ราคาที่เข้าถึงได้จริง มุ่งเปลี่ยนพลังงานลมและแสงอาทิตย์ให้เป็นของขวัญชิ้นใหม่แก่อารยธรรม พร้อมพลิกฟื้นดินแดนที่เคยแห้งแล้งให้กลายเป็นพื้นที่แห่งใหม่ของพลังงานอันมหาศาล ซึ่งจุดที่พลังงานและสติปัญญาต่างเกื้อหนุนซึ่งกันและกันนี้ จะเปิดประตูสู่ความเป็นไปได้ใหม่ ๆ ให้แก่อารยธรรมมนุษย์"
การที่ Envision ติดอันดับ Change the World ของ Fortune ถึง 3 ครั้ง สะท้อนถึงวิวัฒนาการบนเส้นทางแห่งนวัตกรรมของบริษัทฯ ได้เป็นอย่างดี เริ่มจากการพัฒนานวัตกรรมพลังงานหมุนเวียนในปี 2564 ขยับสู่การพัฒนานิคมอุตสาหกรรม Net-Zero ขนาดใหญ่และเทคโนโลยีไฮโดรเจนสีเขียวแบบครบวงจรในปี 2567 จนกระทั่งก้าวมาสู่การผสานรวม AI เข้ากับพลังงานในปัจจุบัน ซึ่งท้ายที่สุดแล้ว ทั้งหมดนี้คือการเดินทางเพื่อขยายขอบเขตความเป็นไปได้ที่พลังงานสามารถสร้างสรรค์ให้แก่มวลมนุษยชาติ

ภาษาไทย
English
แสดงความคิดเห็น